การดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเนื่องจากน้ำมันรั่วไหลของประเทศไทย
โครงการการจัดทำคู่มือการประเมินความเสียหายจากระบบนิเวศและทะเลจากน้ำมันรั่วไหล
ปัญหาที่เกิดขึ้นในอย่างมากมายในการเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ
2 ครั้งที่ผ่านมาคือกรณีเรือ Eastern Fortitude เกยหินโสโครก และกรณีเรือ
Kotawijaya โดนกับเรือ Skyace ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสบปัญหาหลายประการที่ทำให้การเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดได้รับการชดเชยเป็นมูลค่าน้อยกว่าความเป็นจริง
กรมควบคุมมลพิษเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการการจัดทำคู่มือการประเมินความเสียหายจากระบบนิเวศและทะเลจากน้ำมันรั่วไหลขึ้นในปี
พ.ศ. 2547 โดยมอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นผู้ดำเนินการศึกษาและได้เลือก
จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองเป็นพื้นที่ศึกษา เพราะเป็นจังหวัดที่มีการเกิดอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลบ่อยครั้ง
เพื่อให้การเรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีน้ำมันรั่วไหลของประเทศเป็นไปอย่างมีระบบและสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐานในการประเมินค่าความเสียหายของทรัพยากรจากน้ำมันรั่วไหลในพื้นที่ศึกษา
2. เพื่อพัฒนาและกำหนดแนวทางการประเมินค่าความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูทรัพยากรที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยและพื้นที่ศึกษาให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งสำหรับความเสียหายจากมลพิษของน้ำมัน
(International Convention on Civil Liability for Oil Pollution Damage:
CLC) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนระหว่างประเทศเพื่อชดใช้ความเสียหายจากมลพิษของน้ำมัน
(International Convention on Establishment of an International Fund for
Compensation for Oil Pollution Damage : FUND)
3. จัดทำคู่มือการประเมินค่าความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทยในแต่ละพื้นที่ศึกษา
4. เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพในการประเมินค่าความเสียหายของทรัพยากรและการเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน
ให้แก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรนั้น
ๆ เมื่อเกิดน้ำมันรั่วไหล
นอกจากการรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและกิจกรรมการใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดของจังหวัดชลบุรีและระยอง
และนำมาจัดทำให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้คำนวณมูลค่าความเสียหายได้แล้ว ภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าวยังได้มีการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการและผู้ประกอบการ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ เพื่อนำมาจัดทำแนวทางการประเมินมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทย
ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1
เป็นการจัดประชุมระดมความคิดเห็นในการดำเนินการหาแนวทางในการประเมินค่าความเสียหายของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับประเทศไทย
ณ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2547 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งจังหวัดชลบุรีและระยองเข้าร่วมระดมความคิดเห็นในครั้งนี้
โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการจัดทำแนวทางการประเมิน ดังนี้
1. ปัญหาในการเรียกร้องค่าเสียหาย
เช่น
- การขาดฐานข้อมูล สถิติต่างๆ ของกิจกรรม หรือทรัพยากรต่างๆ บริเวณชายฝั่งและในทะเลที่ได้รับความเสียหาย
- ไม่มีวิธีการประเมินมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติทั้งในเชิงเศรษฐศาสตร์และนิเวศวิทยา
- ไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นของทรัพยากรที่ได้รับผลกระทบโดยทันที
- ผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากใคร
และต้องดำเนินการอย่างไร
2. แนวทางในการแก้ไขปัญหาในการเรียกร้องค่าเสียหาย
- กำหนดวิธีการเรียกร้องค่าเสียหายให้เป็นมาตรฐานและจัดเตรียมแผนปฏิบัติการฟื้นฟู
เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เสียหายจัดเตรียมหลักฐานประกอบในการเรียกร้องได้อย่างเหมาะสม
- มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพื่อส่งให้หน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง
(กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี) ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดต่อไป
ครั้งที่ 2
เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องค่าเสียหายและหลักเกณฑ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายตามอนุสัญญาดังกล่าว
(CLC) และ (FUND) ณ จังหวัดชลบุรี ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 10-14 พฤษภาคม
2547 โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นจริงในประเทศเกาหลีใต้
และประเทศสาธารณอาหรับเอมิเรต รวมทั้งจาก ITOPF และ FUND นอกจากนี้ยังได้มีการระดมความคิดเห็นในการกำหนดกรอบแนวคิดสำหรับประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ มูลค่าภายใต้กรอบของอนุสัญญาระหว่างประเทศ
CLC และ FUND ซึ่งเน้นมูลค่าทางเศรษฐกิจและมาตรการฟื้นฟูทรัพยากร และมูลค่าที่จะใช้เป็นกรอบการเรียกร้องค่าเสียหายของประเทศ
โดยกรอบแนวคิดทั้งสองจะถูกนำไปใช้ในการเลือกวิธีการประเมินมูลค่าของทรัพยากร
และกำหนดขั้นตอนตามกฏระเบียบทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ครั้งที่ 3
เป็นการประชุมระดมความคิดเห็นต่อคู่มือการประเมินมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมลพิษน้ำมันและฝึกอบรมการใช้คู่มือ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถประสานงานและใช้คู่มือได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล
ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 28 ก.พ. – 1 มี.ค. 2548 โดยมีสาระการประชุมสรุปดังนี้
1. การรวบรวมข้อมูล
- ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นหน่วยงานที่รวบรวมและปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลให้ทันสมัยทุกๆ
2 ปี
- ให้สำนักงานประมงจังหวัดรวบรวมข้อมูลการทำประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
- ให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวบรวมข้อมูลกิจกรรมการใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดอื่นๆ
2. เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานการประเมินและเรียกร้องค่าเสียหาย
เพื่อทำหน้าที่ สนับสนุน ตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานในการประเมินความเสียหาย
เพื่อส่งให้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีฟ้องร้องกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ซึ่งผลที่ได้จากการประชุมและการดำเนินงานตามขั้นตอนของขอบเขตการศึกษา
คณะดำเนินการได้จัดทำคู่มือการประเมินความเสียหายจากระบบนิเวศและทะเลจากน้ำมันรั่วไหลเสร็จสิ้น
19 เล่ม ประกอบด้วย
คู่มือการประเมินความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
เล่มที่ 1/19 รายงานหลัก
เล่มที่ 2/19 รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร
เล่มที่ 3/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการให้เช่าเตียงผ้าใบ
เล่มที่ 4/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้
ประกอบการห่วงยาง
เล่มที่ 5/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการให้เช่าเรือลากกล้วย
เล่มที่ 6/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการให้เช่าเรือเร็ว
เรือลากล่ม
เล่มที่ 7/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการให้เช่าเจตสกี
เล่มที่ 8/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการห้องอาบน้ำ-ห้องสุขา
เล่มที่ 9/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำ
ดูปะการัง
เล่มที่ 10/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่พัก
เล่มที่ 11/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการนวดบริเวณชายหาด
เล่มที่ 12/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการประมงพื้นบ้าน
เล่มที่ 13/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
เล่มที่ 14/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการที่สูบน้ำมาใช้
เล่มที่ 15/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร
เล่มที่ 16/19 คู่มือการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค
เล่มที่ 17/19 คู่มือการประเมินความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติสำหรับประเทศไทย
เล่มที่ 18/19 ฐานข้อมูลทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการประเมินความเสียหายของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสำหรับจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง
เล่มที่ 19/19 คู่มือการใช้ฐานข้อมูลทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการประเมินความเสียหายของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสำหรับจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง
โดยเนื้อหาของรายงานจะบอกให้ทราบถึงสิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะนำไปใช้ประกอบการเรียกร้องค่าเสียหาย
อาทิเช่น การเก็บข้อมูล ขั้นตอนการฟ้องร้อง หน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานในการประเมินมูลค่าความเสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล
ฐานข้อมูลของทรัพยากรธรรมชาติและกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณชายหาด ฯลฯ
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดส่งคู่มือดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำไปใช้ประกอบในการประเมินมูลค่าและเรียกร้องค่าเสียหายเมื่อมีเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพต่อไป
(หน่วยงานใดสนใจนำคู่มือฯที่กล่าวมาข้างต้นไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา
วิจัย รวมถึงนำไปใช้ประกอบการเรียกร้องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหล
ติดต่อมาที่ ส่วนแหล่งน้ำทะเล สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ชั้น 6
เลขที่ 92 ซ. พหลโยธิน 7 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400)
|