|
ประเภทที่
2
การใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง
เป็นบริเวณที่มีแหล่งปะการังสมบูรณ์
หรือปะการังที่เสื่อมโทรม
แต่มีแนวโน้มที่จะฟื้นคืนสภาพได้
เช่น
แนวปะการังในบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี
เกาะสิมิลัน
เกาะช้าง
เป็นต้น
โดยมีมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งประเภทที่
2
เป็นตัวควบคุม
คุณภาพน้ำทะเล
มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่อนุรักษ์แหล่งปะการัง
ค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
ประเภทที่ 2
ที่สำคัญ
อุณภูมิ
(Water Temperature) :
ไม่มากกว่า 33
องศาเซลเซียส
ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ
(Dissolved Oxygen : DO) :
ไม่น้อยกว่า
4 มิลลิกรัม/ลิตร
ความโปร่งใส(Transparency)
:
ต้องมีค่าเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติได้ไม่เกินร้อยละ
10
ความเค็ม (Salinity) :
ต้องมีค่าระหว่าง
29-35
ส่วนในพันส่วน
ตัวอย่างบริเวณที่มีการใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง
จังหวัดกระบี่
มีเนื้อที่
4,708.5
ตารางกิโลเมตร
มีชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกยาวประมาณ
160 กิโลเมตร
ประกอบด้วยเกาะต่างๆ
ประมาณ 130 เกาะ
สภาพของพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบและเนินสูงต่ำ
มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ
13 เกาะ
เกาะที่สำคัญ
ได้แก่
เกาะลันตาใหญ่
และหมู่เกาะพีพี
บริเวณที่มีการใช้ประโยชน์เพื่ออนุรักษ์ปะการังของจังหวัดกระบี่
เช่นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี
เป็นหมู่เกาะกลางทะเล
ประกอบด้วยเกาะใหญ่
2 เกาะ คือ
เกาะพีพีดอน
มีเนื้อที่ 11.2
ตารางกิโลเมตร
และเกาะพีพีเล
มีเนื้อที่ 6.6
ตารางกิโลเมตร
กับเกาะบริวารอีก
3-4 เกาะ คือ
เกาะบิด๊ะนอก
เกาะบิด๊ะใน
เกาะไผ่
และเกาะยุงนั้น
ในอดีตนับได้ว่าเป็นหมู่เกาะที่จัดได้ว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของ
ประเทศไทย
เช่น
เกาะไผ่
ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง
น้ำลึก
หรือที่หินบิดะ
ซึ่งเป็นเกาะหินเล็กๆ
มีสิ่งที่เด่นที่สะดุดตาที่สุด
ก็คือ
ปะการังอ่อน
ซึ่งขึ้นเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น
มีทั้งสีแดง
ชมพูอ่อน
สีเหลือง
สีขาว
ตามลานปะการังอ่อนจะแซมด้วยกัลปังหาหลากสีหลายแบบ
หรือที่เกาะพีพีเล
มีกองหินใต้น้ำ
ซึ่งทั้งก้อนหินขนาดใหญ่จะเกาะพราวไปด้วยดอกไม้ทะเลหลากสี
และปะการังอ่อนพันธุ์เล็กสีเหลืองอ่อน
หรือ
ที่บริเวณเกาะพีพีดอน
จะมีแนวปะการังน้ำลึกปานกลาง
โดยแนวปะการังจะก่อตัวได้ดีตลอดแนวชายฝั่ง
ตะวันออก
ชนิดของปะการังมีรายงานว่าพบมากกว่า
200 ชนิด
คุณภาพน้ำบริเวณหมู่เกาะพีพี
อยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล
ชายฝั่ง
ประเภทที่ 2
เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง
|